#7การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์
การทำงานกับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการใดก็ตาม สิ่งที่เราต้องทำงานด้วยอยู่เป็นประจำก็คือ ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในรูปของไฟล์ และโฟลเดอร์ เราจึงควรทำความเข้าใจเรื่องการจัดการกับไฟล์เหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งใน Windows 11 จะเป็นการจัดการไฟล์ และโฟลเดอร์ด้วย Windows Explorer รูปแบบใหม่ ที่ใช้ Libraries มาช่วยจัดระเบียบ และเพิ่มความสะดวกในการจัดการและใช้งานข้อมูลต่างๆ
รู้จักกับไฟล์ โฟลเดอร์ และไอคอน
หน่วยย่อยที่สุดในการเก็บข้อมูลของ Windows ก็คือ “ไฟล์ (File)” หรือ แฟ้มข้อมูลที่ใช้เก็บสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม หรือ ข้อมูลเอกสาร โดยแต่ละไฟล์จะมีรูปสัญลักษณ์ประจำเฉพาะพร้อมกับชื่อกำกับ เรียกว่า “ไอคอน (icon)” และการที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์มีไฟล์ต่างกันเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการแบ่งแยกให้เป็นหมวดหมู่ไม่ปะปนกัน โดยแบ่งพื้นที่ในดิสก์ให้เป็นส่วนๆ เรียกว่า “โฟลเดอร์ (Folder)” ที่ใช้เก็บข้อมูลต่างๆ และในแต่ละโฟลเดอร์ยังอาจแบ่งเป็น “โฟลเดอร์ย่อย (Subfolder)” ลงไปได้อีกหลายๆชั้น อย่างไม่จำกัด เรียกว่าเป็นโฟลเดอร์ซ้อนโฟลเดอร์
ไฟล์ และ ชื่อไฟล์
ไฟล์ (File) คือ การเก็บชุดข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งไฟล์แต่ละไฟล์จะมีไอคอนที่ต่างกันขึ้นอยู่กับชนิด หรือ โปรแกรมที่เปิดใช้ โดยมีการกำหนดชื่อให้กับข้อมูลชุดนั้น (File Name) เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานได้ถูกต้อง ไม่สับสนกับไฟล์อื่นๆ
โฟลเดอร์ Folder
ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์จะเก็บไฟล์ไว้นับพันนับหมื่นไฟล์ โดยที่ไฟล์แต่ละไฟล์จะทำหน้าที่แตกต่างกัน การนำไฟล์ที่มีหน้าที่แตกต่างกันมาเก็บไว้ในที่แห่งเดียวกันย่อมก่อให้เกิดความสับสนเป็นอย่างมาก เราจึงต้องมีเทคนิคในการแบ่งแยกให้ไฟล์ประเภทเดียวกันให้อยู่ในที่แห่งเดียวกัน เรียกว่า “โฟลเดอร์ (Folder)”
หลักเกณฑ์ในการตั้งชื่อไฟล์ และ โฟลเดอร์ Folder
การตั้งชื่อของไฟล์และโฟลเดอร์ มีหลักเกณฑ์เหมือนกันดังนี้
1. มีความยาวไม่เกิน 255 ตัวอักษร
2. ใช้สัญลักษณ์ใดก็ได้รวมทั้งช่องว่าง แต่ยกเว้นสัญลักษณ์ \ / : * ? ” < > |
3.ไม่จำเป็นต้องมีนามสกุล (ส่วนขยาย) ยกตัวอย่างเช่น ไฟล์ภาพแบบ Bitmap ไม่จำเป็นต้องมี .bmp ต่อท้าย
การตั้งชื่อไฟล์ควรตั้งให้สื่อความหมายชัดเจน และเกี่ยวข้องกับเนื้อความในไฟล์ โดยใช้คำที่ไม่กำกวมสามารถค้นหาภายหลังได้ง่าย และไม่ควรนำชื่อตนเองมาตั้งชื่อไฟล์ เพราะเมื่อไฟล์มีจำนวนมากขึ้นแล้วจะไม่สามารถค้นหาไฟล์ที่ต้องการใช้งานได้
ขนาดของไฟล์ File size
สัญญาณไฟฟ้าที่ใช้ในคอมพิวเตอร์เรียกว่า ดิจิตอล(Digital) สัญญาณดิจิตอลสื่อสารโดยการส่งเลข 0 และ 1 เราเรียกหนึ่งสัญญาณที่ส่งนี้ว่า 1 บิต (Bit)
ไฟล์ที่เซฟลงในคอมพิวเตอร์ก็จะถูกเก็บไว้ในลักษณะของบิตเช่นเดียวกัน เช่นการที่เซฟตัวอักษร“A” ลงในคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะใช้เนื้อที่ 8 บิตในการเก็บ ดังนั้นถ้าต้องการเซฟคำว่า “Hello” คอมพิวเตอร์จะต้องใช้เนื้อที่ 40 บิต ในการเก็บ
อักษรแต่ละตัวจะต้องใช้เนื้อที่ 8 บิต เสมอ เราจึงนิยมใช้คำว่าไบต์ (Byte) เรียกข้อมูลขนาด 8 บิต เช่น การเซฟประโยค “Hello” ที่ใช้เนื้อที่ 40 บิต ก็คือการใช้เนื้อที่ ในการเก็บ 5 ไบต์ นั่นเอง
ไฟล์คอมพิวเตอร์โดยทั่วไปมักมีขนาดใหญ่มาก และไฟล์โปรแกรมบางไฟล์อาจจะมีขนาดหลายล้านไบต์ ตัวเลขที่มากขนาดนี้ย่อมก่อให้เกิดความไม่สะดวก ดังนั้นจึงนิยมนำคำอุปสรรคของหน่วย SI มานำหน้าไบต์ เพื่อช่วยให้สามารถเรียกขนาดได้สะดวกขึ้น ดังนี้
1,024 byte เท่ากับ 1 Kilobyte (กิโลไบต์)
1,024 Kilobyte เท่ากับ 1 Megabyte (เมกกะไบต์)
1,024 Megabyte เท่ากับ 1 Gigabyte (กิ๊กกะไบต์)
1,024 Gigabyte เท่ากับ 1 Terabyte (เทราไบต์)
< คลิกทำแบบทดสอบหลังเรียน-จัดการไฟล์ >
เข้าไปที่ https://win32.run/ เพื่อเข้าไปใช้งาน windowsXP ในการจำลองการจัดการไฟล์
โดยสร้างโฟลเดอร์ เปลี่ยนชื่อ ตัด ย้าย ลบ เป้นต้น